[MIE AU] Checkmate

posted on 07 Feb 2013 23:18 by nextdoor in MIS-MIE directory Fiction, Entertainment, Diary
.
.
.
 
 
                แปด
                แปดปีแห่งการไล่ล่า
 
องค์กร  สองฝ่าย
สูญเสีย
                ทรัพย์
                น้ำตา
                ชื่อเสียง
และ
                ชีวิต  มากมายคณานับ
หยดเลิอดกระเซ็นสาด
จนก่อเป็นทางเดินได้
 
 
ไมลส์อิดโรย
                เขาเหนื่อย
                เหนื่อยฝังลึกแน่น
ในดวงวิญญา
แต่มิได้เผยมันให้เห็น
                ซ่อนมันไว้
ด้านอ่อนแอของเขา
 
 
 
 
                หมากรุก
                ในเกมส์หมากรุก
หากตัวหมากถูกกินเก็บ
พ้นจากกระดาน 
                คือตาย
                ...ตาย...
คือ
ใกล้ปิดกระดาน
ความรู้สึกไม่เคยแรงแรงขนาดนี้มาก่อน
                ไม่เคย
เขาสังหรณ์
 
                ...ปิดกระดาน
 
หยิบขึ้นมา มือถือไพ่ขาวสะอาดโล่งไว้ในมือ
                พลิก
                กรีด และลูบมัน
 
It will end the same day it began. 
 
 
เขาผ่อนลมหายใจเพียงเพื่อจะพบว่ามันไม่เสถียร
                อารมณ์เขาไม่เสถียร
                ไม่แม้จิตใจ
ลมหายใจขาดห้วง
 
ปิดกระดาน
ปิดกระดาน
ปิดกระดาน
 
                มือคว่ำไพ่ลง
                เขาหันไปสบตาอเจนท์  อเจนท์ทุกคนในห้องประชุม
พบ
ความคลางแคลง
ความโกรธ
ความเสียใจ 
                ความเครียด
 
                ความโล่งอก ในตาแต่ละคู่
 
ไมลส์ไม่ใคร่สนใจ
                ปากเจ้ากรรมเขาฉาบยิ้ม
                ยิ้มที่ยากจะเข้าใจ
เสียงเปล่งแผ่ว
อ้อยอิ่ง
 
                " ...ถึงเวลาแล้ว"
 
               ถึงเวลา
ปิดฉาก
                กระดาน
                หมากรุก  แปดปีเสียที
 
 
 
 
 
 
 
 
เขาอนุญาตให้อเจนท์ลาหยุดในวันนี้
อเจนท์ทุกนาย
ทุกคน
                เพียงเพราะพรุ่งนี้
                มีสงคราม
 
ฉากปัจฉิมบทของทุกสิ่งอย่าง
ละครฉากสุดท้าย
 
..บทสรุปของทุกอย่าง...
 
เลือดจะหลั่งนอง
 
                จงบอกลา
                จงใช้เวลา ที่เหลือ กับคนที่อยากเคียงข้าง
                ให้เนิ่นนานที่สุด
 
                นี่มิใช่การดูถูก
                เราทุกคนสูญเสียสหายมามากจนน่าจะเข้าใจ
                เข้าใจใช่ไหม
 
                จุดประสงค์ของฉัน
 
 
แล้วเขาก็นั่งอยู่ ณ ที่นี่
                ร้านกาแฟริมทาง
                แม่น้ำเทมส์
 
ร้านเพียงร้านเดียว
ที่เขาเพียรมานั่งกินยามว่างถึงเจ็ดปี
 
จากมุมนี้ 
มุมตรงข้ามฝั่งริมชลกว้าง
                เห็นตึก MIE
คงเป็นเหตุผลที่เขาชอบนั่งที่นี่
 
                มืออังไออุ่นจากแก้ว
                เขายิ้มให้ตัวเอง
และยิ้มให้คนอีกคนในอีกฝั่งของกระจก
                ด้วยความสนิทสนม
                ซอลโซ่ยิ้มตอบกลับมา
เขามาที่นี่บ่อยจนเกินพอความสนิทสนมลูกค้าทั่วไป
รับรู้กระทั่งสัญชาติของเจ้าของร้าน 
อิตาลี่
 
                ด้วยความที่ลูกค้าไม่แน่น และไม่บางเกินไป
                เขาจึงไม่ถูกซอลโซ่ตอแย
 
เขา  กำลังรอใครสักคนอยู่
คนที่เขาอยากจะใช้วันดีๆยามบ่ายแบบนี้ด้วย
ลูกน้องคนสนิท แสนรัก 
                เซอร์กาน
 
สิ่งที่เขามีใกล้ที่สุด
กับสิ่งที่เรียกว่า
                ความรัก
                ...ในตอนนี้
มันไม่สำคัญว่าจะเป็นรักแบบไหน
แค่เป็นรัก หล่อเลี้ยงใจ
 
 
                ก็ใครจะเดาได้ วันนี้อาจเป็นวันสุดท้ายบนโลกของเขา
                หรือไม่ก็ของอีกคน...
ณ ความคิดนั้น
สีตาเขาอ่อนลง
 
 
 
หากทว่าอีกคนมาช้าเหลือเกิน
ช้าเกินเวลานัดมามากแล้ว
 
                หาก
                ก่อนจะทันหยิบโทรศัพท์ติดต่อ
 
                มือคู่นึงก็วางทาบลงมา
                บนบ่าเขาทั้งสองข้าง
จากด้านหลัง
 
ส้มผัสอุ่น แผ่ซ่านความโล่งเบาๆในใจ
เขายิ้ม
                ยกมือขึ้นแตะแผ่วเบา                
 
                เขายิ้มทั้งที่ไม่รู้ตัวแล้วเงยหน้าขึ้น
                และ...
                เป็นใบ้สนิทหลังจากนั้น
 
มือคู่นั้น
มือคู่ที่เขาเผลอสัมผัสเอื้อมมือขึ้นแตะนั้น
 
...ไม่ใช่ของเซอร์กาน
 
                " ผมนั่งด้วยคนสิ ...ไมลส์"
                ผมทองอีกฝ่ายเกือบจะปรกหน้าเขา
 
 
                ผมทอง
                และรอยยิ้ม
รอยยิ้ม
รอยยิ้ม
....รอยยิ้มที่เขาลืมไม่เคยได้
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ไมลส์ทำอะไรไม่ได้ในขณะที่อีกฝ่ายดึงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเขาออกแล้วนั่งลง
                มีอะไรมากมายหลายอย่างที่เขาควรจะทำ
                ควรจะเอ่ย
หากก็มีก้อนความรู้สึกบิดเบี้ยวบางอย่างในลำคอ
ที่ทำให้ลิ้นเขาชาไปหมด
 
                เขาควรจะทำอะไรได้
                แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้เลย
ไม่ได้เลย
 
ในขณะที่อายุมากขึ้น ปฏิกิริยาเขาช้าลง
                กาลเวลา
                บั่นทอนเขา  ทั้งใจและกายา
 
 
ก่อนที่เขาจะทันได้ขยับไปคว้าปืนที่ติดตัวมา
                เสียงดังกริ๊กก็เรียกความสนใจเขาให้มองไปที่ตักอีกฝ่าย
                ซิลเวียนเพียงหลุบตาแล้วยิ้ม
ยิ้มที่ราวหยันโลก
และการกระทำของเขา
 
                หากอีกฝ่ายไม่ได้พูดขู่อะไร อย่างที่ควรทำ
                เพียงแค่เอื้อมมือ
เชื่องช้า
ไปหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวผ่อง
                วางบังบนกระบอกปืน
                ที่จ่อเล็งมาที่เขา
 
จากใต้โต๊ะ
 
                ราวจงใจให้ไมลส์รู้ว่าปืนสีดำขลับนอนสงบนิ่งพาดอยู่บนตักเขาภายใต้ผ้าเช็ดหน้าสีขาวบริสุทธิ์นั่น
 
 
                สบตาอีกฝ่ายที่มีแววระริกชวนสนุก เขาตีหน้านิ่ง เอื้อมมือไปหยิบปืนที่เหน็บอยู่ด้านในเสื้อสูทอย่างไม่ยี่หระ เขาใช่ต้องกลัวบุคลลตรงหน้า เขารู้ดีกว่านั้น นี่คือเกมส์ เกมส์อย่างนึง
 
                เขาเข้าใจวิธีการเล่นเกมส์นี้
                เกมส์ของคนตรงหน้า
รู้ดี
 
มือเขาเลื่อนระดับให้ปากกระบอกอยู่ตรงข้ามกับปืนของอีกฝ่ายพอดิบพอดี ในระยะห่างกันแค่ข้ามโต๊ะ 
                หากอีกมือ
                เขาก็หยิบยกกาแฟ
ขึ้นจรด
 
กาแฟแสนอุ่นไหลวาบเข้าไปในท้องเขา
 
 
                การกระทำนี้
                เรียกเสียงหัวเราะใสจากบุรษมากเล่ห์ได้แทบจะในทันที
หากดูจากในร้านหรือจากมุมไหน
พวกเขาตอนนี้ก็เหมือน
                เพื่อน
                ราว
                เพื่อน
ที่มานั่งกินกาแฟของว่างยามบ่ายร่วมกัน 
ช่างเป็น  เรื่องน่าตลก
 
                " สวัสดี"
                ในระยะแค่นี้ เสียงหัวเราะอีกฝ่ายไม่อาจะหลุดรอดหูเขา
                " สวัสดีครับ... เอ็ม" 
 
เขานิ่งฟัง  ไม่ขยับ
คำพูดจากปลายลิ้นคนตรงหน้า... เลื้อยเข้าไปในหัวเขาเรื่อยๆ
 
                " ถ้ายังไงเราคงจะคุยกันยาวอยู่ ช่วยสั่งเครื่องดื่มให้ผมสักแก้วสิครับ" 
                บังคับฉันสิ 
 
เขาคิด  หากไม่ได้เอ่ยลั่นออกไป
ยั้งวาจานั้นไว้ไตร่ตรอง 
                นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ปกติ 
                ถ้าใช่ เขาควรจะเป่ากระสุนใส่กะโหลกคนตรงหน้าเพื่อดูเนื้อสมองสีชมพูไปแต่แรกสบตาแล้ว
หาก
เหตุการณ์ปกติ
                ก็ได้หายไปจากชีวิตประจำวันเขามานมนานแล้วเฉกเช่นกัน
                หลายปีมานี้ อะไรหลายอย่างไม่เคยเหมือนเดิม
และคงจะไม่มีวันเหมือนเดิม
 
                แล้วทุกอย่างก็หยุด
 
เงียบสงบ ไร้ลมพริ้ว
สายตาสองคู่ประสาน  หากไม่มีฝ่ายใดฉายอารมณ์เร่งร้อนผ่านสีตาฤๅท่าทาง
 
ช่างเป็นดั่งช่วงวัดใจ
และความอดทน
                เขา...สะดุดลมหายใจเมื่อความคิดจบ
เขายอมก่อนก็ได้ในตาแรก
เพราะมันไม่ใช่การสูญเสียอะไรนัก
 
มันคงไม่แย่มากกว่าที่เป็นอยู่แล้วหรอก
กับการสั่งกาแฟอีกแก้วนึง
 
                กาแฟดำ
                น้ำตาลสองช้อน
 
 
 
 
 
 
 
 
" ตลกดีที่ คนอย่างคุณชอบอะไรบางอย่างที่มัน...สมถะ ธรรมดา เรียบง่าย"
สายตาบุรุษที่นั่งตรงข้ามกับเขา
                กวาดไล่
                หมุนมอง
มือนึงคนกาแฟ
มือนึง... อยู่บนตัก
 
                " ผมต้องยอมรับ ร้านนี้น่ารักมาก
                การตกแต่ง มุมตำแหน่งร้าน รสนิยมสี... มุม ?"
ซิลเวียน เสกลับมามองหน้าเขา รอยยิ้มประดับหน้ายิ่งกว้างยิ่งกว้าง
 
                " ไม่แปลกใจที่คุณจะชอบเลย"
พยักหน้าราวเข้าใจ
ยิ้มราวขำขัน
คำพูดคำจาสนิทสนม
                หากตัวเขานั้น  ยังคงไม่ไหวติง   
 
                " มานี่ ต้องการอะไร"     
 
เท่านั้น
ตาอีกฝ่ายก็เบิกกว้าง ราวไม่คาดคิดว่าจะถูกถามคำถามนี้
                มันเป็นการแสดงละครที่เกินกว่าเหตุ
                ไปมาก
 
" ต้องการอะไร ผมหรือต้องการอะไร คงจะแค่กาแฟยามบ่ายในวันแสนว่างเหมือนคุณกระมัง มิสเตอร์เอ็ม"
" ยังมีร้านในตัวเมืองที่ต้อนรับนายอีกมาก"
" ก็อย่างที่ผม บอก...หึหึ ร้านนี้เป็นร้านที่น่ารัก" 
 
                ฉุนกึก
                ไมลส์ขบกรามกร้าว
 
" เลิกเล่นเกมส์ประสาทกับฉันเสียที พูดมาตรงๆ นายมานี่ต้องการอะไร"
 
อา... 
รอยยิ้มบนปากของอีกฝ่าย ช่างเป็นภาพไม่น่าดูสำหรับเขา
 
                " แทนที่จะถามผม ถามตัวคุณเสียดีกว่ากระมัง หัวหน้าหน่วยงานสืบราชการลับแห่งราชอาณาจักรมาทำอะไร ในร้านเงียบๆ ในวันที่แสนสงบ แสนสงบจนเกินไป... เขาว่าอะไรนะ คำพูดนั้นน่ะ...อ้อ.. ! ลมสงบก่อนพายุมาใช่ไหม ใช่ไหม ไมลส์"
 
                ลมสงบ
                ผืนหน้าทะเลที่ไร้คลื่น
ความนิ่งที่ชี้เป็นตาย
ก่อนลมพายุ
 
                นัยน์ตาผู้พูดนิ่งยิ่งกว่าผืนทะเลนั้น
                เขาเพิ่งสังเกต
 
" กงการในชีวิตประจำวันของฉันไม่ได้ตั้งอยู่บนหัวใคร "
" ผมนะไม่แน่ใจในข้อนั้น สักเท่าไหร่นักหรอกนะ"
" ฉันมั่นใจ ไม่แม้แต่จะเฉียดปลายรองเท้าด้วยซ้ำ"
 
                เสียงหัวเราะน่าขนลุกกระทบหูเขา
                ร่างอีกฝ่ายโยกเบาๆในสูทสีชา
 
                " ปากคอร้ายแบบนี้ ผมถึงปล่อยคุณไปไม่ได้เสียที"
ประโยคที่ทำคิ้วมุ่นตก
อะไรนะ
หากอีกฝ่ายยังไม่จบการลั่นวาจา
 
                " ทั้งที่พรุ่งนี้ เราทำศึกกันแท้ๆ คุณยังกล้ามาออกเดท"
 
คิ้วยิ่งมุ่นขมวดแน่นหนัก
ความงุนงงทะลักออกมาจากลำคอ เขาอ้าปากจะเอื้อนเอ่ย
                ตอบโต้
                ขัดคอ
 
หากมืออีกฝ่ายก็ยกยื่นออกมา ทำท่าผลักอากาศ นี่เป็นสัญญาณ
 
                หยุด
 
                ไมลส์เงียบ
                หากก็หุบปากตัวเองไม่ลง
หน้าตาเขาอาจดูโง่มากก็ได้ตอนนี้
 
                ซิลเวียนเห็นเขาไม่พยศกับสัญญาณมือ เลยยิ้มขัน
เอ่ยสืบไป
 
                " ครึ่งชั่วโมงแล้วนะ สายแบบนี้เสมอเหรอ...."
 
เขางงเกินกว่าจะเถียง
แต่บางอย่าง บางสิ่ง 
                ส่งกลิ่นฟุ้ง
                ฟุ้งขจรในอากาศที่มองไม่เห็น
                กลิ่นที่ไร้กลิ่น
ไม่ชอบมาพากล
 
                กลิ่นฟุ้งแรง
เมื่อ
สบตาคู่สนทนา
ตาคู่สีจางของซิลเวียนเข้มขึ้น ฉายประกายบางอย่าง
                ชั่วแวบ ราวแสงสะท้อนเงากระจก
                ราวประกายไฟฟ้าสถิตย์
คงคิดว่าตาฝาด
                แต่ เขารู้จักสายตาแบบนั้นดี
 
                " สายแบบนี้เสมอเหรอ คู่เดทของคุณน่ะ"
 
                ...อันตราย...
ถึงตาย
 
เบิกตากว้าง เขารู้สึกเหมือนถูกตีด้วยโลหะที่ท้ายทอยอย่างจัง
                ระยำ
                เสียรู้ ให้แล้ว
 
อีกฝ่ายรู้
                ว่าเขารับรู้
                รอยยิ้มปีศาจพราย     
 
ไอ้ระยำ          
 
ไม่ปล่อยให้โอกาสโผบิน
                มือเขากระชากกระบอกปืนขึ้นสูง
                ไม่จ่อ
                ไม่รอ
นิ้วรั้งไก
 
 
 
 
 
 
 
 
 
(รอ
ตอนสอง)
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ว่าแล้วว่าต้องไม่จบ -_-
เห็นด้วยกะเชคว่ายิ่งคำน้อยๆแบบนี้ แต่งยากเลยใช่มั้ย เก่งจังๆ
รู้สึกถึงอารมณ์เงียบๆเหมือนที่บรรยายดี
แล้วก็เงียบหวีดหวิวก่อนจะลั่นไกด้วย

#9 By [MIS]Mia/ [BT]lili on 2013-02-14 00:52

นุกิคะะะะะะ TTvTT อย่าประหยัดงบตัวละครนะะะน้องหญิง ออกมา3คน มันน้อยปัยยย ถึงเจ้าพี่จะ healthy mind แต่บางเรื่องเจ้าพี่ก็ไม่ทนนะะะ TTvTT

#8 By Jan (103.7.57.18|115.67.98.71) on 2013-02-13 23:11

กลับมาเมนท์ดีๆก็ได้ ส่งสาร
ฉันชอบบรรยากาศมันลุ้นดี
อิจฉาเวลาแกเขียนออกมาเรื่อยๆ เหมือนง่าย จริงๆมันไม่ง่ายใช่ไหม
แต่มันก็โฟลว์ ออกมาเหมือนไม่ได้ใช้ความพยายามอะไรมาก แต่มันยากใช่ไหม
วันนี้ฉันเครียดเรื่อง J มาก ขอบใจที่ดึงกลึบมาที่  SM
ฉันชอบตอนที่บอสโผล่ ชอบเอมที่ไม่ได้ระวังตัว
ชอบความกดดัน ชอบประโยคที่ถามว่า สายแบบนี้เสมอเหรอ มันน่ากลัวดีอ่ะ
แบบคนขอลุก ถ้าเป็นเอมคงสติแตกสุดๆ
อยากอ่านต่อ แกมาต่อนะ คนอื่นก็คงอยากอ่านเหมือนกันแต่ความอยากแกล้งแกมันห้ามกันไม่ได้จริงๆ
อาฉันขอบอะไรอีกนะ เออฉันชอบคำต่อๆกัน เดี๋ยวนี้ฉันเขียนฟิกไม่ได้แล้ว น่าโมโหจัง นี่ฉันกำลังพิมพ์รัวๆแบบไม่กลับไปอ่านอีก จะพิมพ์ไปเรื่อยๆจนกว่าจะเบื่อแล้วกัน
ถึงไหนแล้วนะ อ๋อ ฉันชอบอะไรอีกใช่ไหม เอ่อ..... ชอบการวางผ้าบนปืนมั้ง มันดูชิลๆดี เห็นภาพด้วย
เออแต่ฉันไม่ชอบเอส ฉันอาจจะไม่ชอบเอสก็ได้ ไม่ชอบประโยคฝืนๆ ไม่ชอบเอสเลยดูปลอมแปลงตลอดเวลา ฉันเกลียดบอสจัง ทำไมบอสไม่รักเจ บอสจะเอาอะไรกับเอ็ม
แต่คู่นี้มันจบแล้ว เอมไม่เหลืออะไรให้เอสแล้วอ่ะ จริงๆนะ วันนี้อยู่ๆมันก็รู้สึกเหมือนสายฟ้าฉึบลงมา ว่า เอมไม่รักเอสอีกแล้วจริงๆ คนที่รักตายไปนาน นาน นาน นาน แล้ว คนที่แคร์จริงๆตอนนี้คือเซอร์กานต์อ่ะ
ต้องฆ่าบอสจริงๆแล้วแหล่ะ แต่เจเล่าทำยังไงดี แกจะรวมเจอยู่ในเรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า อย่ารวมเลยเพราะฉันปวดใจ

#7 By Mickey on 2013-02-13 23:08

ค้างคาาาาา!!!

#6 By อีฟ on 2013-02-13 23:04

นุกิ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! 
เอา!!!!!!!! มา!!!!!!!!อีก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

#5 By YUHANKUNG on 2013-02-13 22:34

เชี่ยยยยยยยยยยย

#4 By Mickey on 2013-02-13 22:28

ไอ้นุกิ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

#3 By noirpoison on 2013-02-13 22:26

ฟัคเยส

#2 By Digitkame on 2013-02-13 22:23

ไอ่สัสสสส

#1 By Kid [Naokun] on 2013-02-13 22:15

Recommend