[MIE fiction] 1.

posted on 06 Jan 2013 17:38 by nextdoor in FanFiction directory Fiction, Entertainment, Diary
 
 
 
 
นี่ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมดหรอกนะ
แต่นี่ก็เป็นบทนำที่ดีไม่ใช่น้อย
 
              เป็น
              จุดเริ่มต้น
 
...ของเรื่องตลก...
 
 
 
 
 
 
 
 
ณ ศูนย์บัญชาการ MIE เล็กๆแห่งนึงในกรุงเวนิส 
 
              " รู้บี้...!
              " ข...ขอโทษค่ะ" 
              สาวร่างเล็กใส่แว่นหนาเตอะกลมโตก้มตัวเก็บกองเอกสารที่กระจายเกลื่อนกลาดพื้นออฟฟิศ และแน่นอนคนที่ทำให้เอกสารราชการสำคัญมันกองไปกับพื้นนั่นก็คือตัวหล่อนเองนั่นแหละ มือรูบี้ขะมักเขม้นเก็บเป็นพัลวัน เก็บทั้งกองเอกสารและผมเธอที่ร่วงมาบังหน้าบ่อยๆ แม้หล่อนจะมัดรวบไว้ก็เถอะ
 
" ถ้าคิดจะทำงานสภาพนี้อย่าทำเลยดีกว่ามั้ง"
              เมื่อรู้บี้สะดุ้งขึ้นไปมองหน้าก็เห็นหนุ่มผู้ที่เธอไม่อยากเห็นหน้ามากที่สุดตอนนี้
              เควนติน
              หนุ่มที่ไม่รู้ไม่เอาความจงเกลียดจงชังเธอมาจากไหนมากมาย เขาเพียงยืนพิงโต๊ะค้ำหัวเธอ ไม่คิดแม้แต่จะหยิบยื่นมือมาช่วยเก็บ และเธอสาบานได้ว่าเธอเห็นเขาเอาเท้าแอบเหยียบเอกสารบางหน้าไปด้วย
 
เธอขยับมือทำงานไป แต่เงยหน้าปะหลกๆ คุยตอบโต้กับเควนติน
              " ขอโทษนะคะ ขอโทษจริงๆ"
              " ก็ได้แต่สักขอโทษแบบโง่ๆทุกวัน จะมีวันไหนบ้างที่เธอไม่ซุ่มซ่ามน่ะ"
              " อะ...อา....ฉัน "
              " ฉันล่ะไม่เข้าใจเลยว่า เธอผ่านเข้ามาทำงานได้ยังไง ดูยังไงเธอก็เป็นตัวถ่วงความเจริญขององค์กรชัดๆ"
ปากเธออ้าพะงาบ
จนคำพูด
              แล้วเสียงสวรรค์ก็ดัง
              " เควนติน! ไสหัวกลับไปทำงานของแก!"
              " อะไรกัน บอส... นี่มันเวลาพักของผมนะ"
              " ออกไป ก่อนฉันจะใช้แกวิ่งไปซื้อสตาร์บักมาเลี้ยงคนทั้งออฟฟิศ"
นาทีนี้เธอรักหัวหน้ายิ่งกว่าพ่อที่เธอไม่เคยมีอีก

              รู้บี้ได้ยินเสียงชิดังขึ้นเหนือหัวเธอ
              " อย่าได้ใจเชียวล่ะ"
              เห็นเท้าของเควนตินย่ำห่างออกไป เธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยซ้ำ เธอกำลังจะก้มลงเก็บเอกสารเก็บเข้าแฟ้มแบบประณีตต่อไปแต่เสียงหัวหน้าก็หยุดเธอไว้อีกครั้ง
 
              " รู้บี้... ไปคุยกันในออฟฟิศผมหน่อยสิ"
              หล่อนมองลอดแว่นเห็นความจริงจังของหัวหน้าแล้วเริ่มเลิ่กลั่ก
              " อะ...ค..ค่ะ"
              " เร็วๆนะ"
 
แล้วก็ชิ่งให้เธอเก็บงานต่อไปคนเดียว อีกคนแล้ว
 
 
 
 
 
 
 
 
" จริงหรือคะ?!!!!"
" เบาเสียงลงหน่อย รูบี้..!"
              หัวหน้าแหวเธอแบบเหนื่อยๆแต่ก็ดูรู้ว่าแอบดีใจไปกับเธอ
              " ฉันจะได้ย้ายไปทำงานศูนย์ใหญ่จริงๆเหรอคะ ?!"
              " ใช่ คำขอของคุณผ่าน ตั้งแต่เดือนหน้าเราคงจะไม่ได้เห็นหน้าของคุณที่นี่แล้วละ"
              " ห...หัวหน้าคะ ขอบคุณค่ะ ขอบคุณค่ะ!"
 
หัวหน้าโบกมือหยอยๆไล่สิ่งที่ไม่มีอยู่จริงในอากาศ
              "ขอบคุณผมทำไม มันฝีมือคุณทั้งนั้น ถึงแม้คุณจะซุ่มซ่ามบางครั้งแต่ ผลงานของคุณจัดว่าอยู่ในระดับดีมากทีเดียวเชียว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมเควนตินถึงหมั่นไส้คุณนัก"
              รู้บี้ชะงักท่าทางดีใจกลางคัน
              หล่อนถามเสียงค่อยเหมือนหวาดกลัว
 
" ล...แล้วคำขอของคุณเควนตินผ่านไหมคะ"
หัวหน้าเลิกคิ้วช้าๆ แต่ก็เงียบ
              เงียบนานอยู่เหมือนกันกว่าเขาจะตอบหล่อน
              " ไม่ คำขอของไอ้เควนตินไม่ผ่าน"
              รู้บี้เผลอขึ้นเสียงสูง
              " ทำไมล่ะคะ?"
              " ผมแอบแนบข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ กับพฤติกรรมไม่เหมาะสมในที่ทำงานไปกับคำร้องมันน่ะสิ"
หน้าหล่อนชาวาบ เธอเผลอกุมมือเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว
 
              " ถ้า....ถ้านี่เป็นเรื่องของฉันล่ะก็ หัวหน้าถอนคำร้องเถอะค่ะ ฉันไม่ได้โดนทำอะไรจริงๆนะคะ"
              " ไม่ต้องไปมีใจไปห่วงมันหรอกรู้บี้ ถ้ามันรังแกแค่คุณคนเดียวผมไม่สั่งพักงานมันบ่อยๆหรอก นอกจากคุณแล้วผมว่ามันฟาดสาวหมดศูนย์เราแล้วมั้ง" 
 
...น้ำเสียงหัวหน้าแอบมีความอิจฉานะคะ...
หล่อนไม่ได้พูดออกไปหรอกนะ
              ....มันช่วยไม่ได้นะคะ หัวหน้า
              เควนตินหล่อสุดในศูนย์เรานี่คะ...
 
              แน่นอนว่าอันนี้หล่อนก็ไม่ได้พูดออกไป

 
 
 
 
 
เมื่อข่าวที่เธอได้เลื่อนขั้นถึงหูหนุ่มเจ้าปัญหาที่เธอเพิ่งนินทาสดๆร้อนไปเมื่อครู่
              ปฏิกิริยาตอบรับ
              ก็รุนแรงพอๆกับที่เธอคาดไว้
 
จากการแขวะธรรมดา 
คำศัพท์ของเจ้าหนุ่มยิ่งทวีคูณ 
              เผ็ดร้อน
              เสียดแทง
              บางครั้งเธอก็อยากรู้เหมือนกันว่าเธอจะไปหาคำแปลคำด่าแสลงของเควนตินได้จากพจนานุกรมเล่มไหน
 
              " บอกมาสิว่าเธอทำได้ยังไงถึงได้ย้ายออกจากศูนย์เส็งเคร็งนี่ ต้องนอนกับใครกี่คนล่ะ ไอ้อ้วน (หัวหน้า) แล้วยังมีใครอีก? พนักงานกองกลางทั้งหน่วยเลยหรือเปล่า? "
              " พ..พอเถอะค่ะคุณเควนติน"
 
รูบี้รู้สึกผิดที่ไม่ชวนใครมาเข้าห้องเอกสารเป็นเพื่อน เพราะเมื่อหล่อนเปิดประตูเข้ามาก็เจอเควนตินนั่งสงบสติอารมณ์โมโหอยู่ในห้องพอดี 
              ผิดจังหวะ ผิดสถานที่สุดๆ
              ไม่พอเท่านั้นทุกอย่างเลยเถิด
รู้บี้เริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัยเมื่อเควนตินร่นมาดันเธอเข้าหากำแพงเรื่อยๆ และเมื่อแผ่นหลังของเธอติดกำแพง เธอก็รู้สึกว่ามันเริ่มจะอันตรายจริงๆแล้ว
 
              " ถอดแว่นซิ ยัยทุเรศ"
              " ถ...ถอดทำไมคะคุณเควนติน"
              " ถ้าเธอไม่ถอดฉันจะกระชากมันออกมาหักเดี๋ยวนี้แหละ"
น้ำเสียงคุกคามรดต้นคอจนเธอตัวสั่น 
รู้บี้กำลังจะกรี๊ด พอดีกับประตูที่เปิดเหวี่ยงเข้ามา
 
              ...
 
              "นั่นนายทำอะไรอยู่น่ะควินติน"
              รู้บี้รีบวิ่งถลาไปหาเพื่อนร่วมงานของเธออีกคน แม้จะคนละแผนกก็เถอะ
ปากเธอกำลังจะประท้วงแต่มันก็ทำได้พะงาบน้อยๆ เมื่อบุรุษที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตส่งสายตากินเลือดกินเนื้อมาให้
              มันคือคำสั่ง
              ให้เงียบ
 
" อ้อ ไม่มีอะไร...ยัยเอ๋อนี่หาเอกสารไม่เจอน่ะ ฉันเลยมาช่วยหา"
" นายเนี่ยน่ะช่วยรูบี้ ?" 
              น้ำเสียงไม่เชื่อสุดๆ
              ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว

" ไม่เชื่อก็ถามรูบี้เอาเองสิ"
              สบสายตากับเพื่อนร่วมงานที่ขอให้เธอพูดความจริง กับสายตาอำมหิตของเควนติน
              มองหน้าสองคนไปมา
              ...เธอ... พยักหน้าแล้วก้มมองพื้นไม่เงยขึ้นมาอีก
 
" เห็นไหม๊~ ยัยเอ๋อนี่จะย้ายไปให้พ้นหน้าฉันอยู่แล้ว นายคงไม่คิดว่าฉันจะใจร้ายขนาดแกล้งหล่อนจนนาทีสุดท้ายหรอกนะ"
รูบี้สงสัย
ว่าระหว่างที่พูดประโยคเหล่านี้ออกมา เควนตินเคยเผลอกัดลิ้นตัวเองหรือไม่
              น่าจะไม่
 
ความคิดของหล่อนถูกขัดด้วยมือของเควนตินที่เดินมาโอบเอวหล่อนออกไปห้องเอกสาร 
              หล่อนเหวอแต่ก็ถลาไปตามแรงร่างกายคนที่เดินนำเธอ
              รูบี้มองคนที่เหมือนกอดเธอกลายๆ กระวนกระวายคล้ายขอให้เขาปล่อย
แต่สายตาของเควนตินที่หันควับกลับมา
ทำให้เธอแทบหยุดหายใจ
มันมีไฟอยู่ในนั้น
              ไฟที่พร้อมจะเผาทุกอย่างที่มอง
              เธอ

ใบหน้าบุรุษโน้มใกล้เธอขึ้นเรื่อยๆ รูบี้หลับตาปี๋พร้อมรับสิ่งที่เธอว่ามันจะเกิดแม้จะไม่เชื่อว่ามันจะเกิดขึ้น 
              แต่มันไม่เคยเกิด
              ริมฝีปากเขาเคลื่อนไปที่หูเธอแทน
กระซิบ
ด้วยเสียงที่เย็นของหิมะด้านนอกตึก
 

              " ความลับเล็กๆของเธอน่ะ"
              รู้บี้เบิกตากว้าง
หล่อนยืนค้างอยู่ที่เดิม แม้อีกฝ่ายจะจากไปนานแล้วก็ตาม แต่สิ่งที่ยังหลอกหลอนเธออยู่คือเสียงของเขา เสียงที่นำพาข่าวร้ายถึงตายมาให้หล่อนมากที่สุด
 
               "ฉันรู้หมดแล้วนะ"
              หล่อน... ตายแน่

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 


Comment

Comment:

Tweet

นิกุ!!! ฉันชอบให้เธอแต่งบทสาวน้อยแล้วอ่ะ ชอบมากเลย ได้อารมณ์มากเลย
ฉันขำพรวดตอนที่อ่านความคิดรูบี้ด้วยล่ะ ตอนที่แอบนินทาหัวหน้า 555
ฉันไม่รู้จะเม้นต์อะไรแล้ว แต่ฉันชอบงานเธอมากขึ้นทุกวันๆนะ
จังหวะคำพูดอะไรงี้ อ่านแล้วแฮปปี้ กระชับดีด้วย

#2 By พี่เนยเองนะ (103.7.57.18|27.55.8.184) on 2013-01-12 22:26

ตรายแล้วว ความลับอะไร ! //ระทึกใจนัก อ่านตอนหนึ่งแล้วต้องคอมเมนต์ไว้เป็นหลักฐาน ! 
แวบไปอ่านตอนสองละหนาาา

#1 By อีฟ on 2013-01-08 08:11

Recommend