[Avengers fic] The wager

posted on 11 May 2012 20:52 by nextdoor  in FanFiction  directory Fiction, Entertainment
.
.
.
.
.
Title: The Wager (ตอนต่อของ Trust me, I am an engineer)
Fandoms: The Avengers
Rating: ไม่มีอะไรต้อง warn
Time: หลังเหตุการณ์ในหนัง
Pairing: Bruce/Tony และ Thor/Loki บ้าง
 
 
 
 
              "อยากพนันกันไหมล่ะ"
              "บางทีเราไม่ควรทำแบบนี้นะ"
              "มันสนุกจะตาย ฟังนี่นะ..."

แล้วเสียงพูดพล่ามก็ตามมา เขาไม่ได้ตั้งใจฟังเพราะมันไม่ใช่ประเด็นของเรื่อง
เขานิ่วหน้าแต่มันไม่มีผลสักเท่าไหร่ เพราะเขารู้นิสัยอีกฝ่ายดี
สุดท้ายจึงยอมแพ้
 
              "โอเค แต่ถ้าใครถามตอนเราโดนจับได้ จำไว้เลยนะว่าเนี่ยเป็นไอเดียคุณ"
              สิ่งแรกที่ผมได้จากเขา
              คือยิ้มที่ฉีกถึงรูหู
 
 
 
 
 
 
 
 
 
              ตอนที่เราไปถึงหน่วยชีลด์ ฐานที่ลอยอยู่กลางคาบสมุทรแอตแลนติกเหนือ ค่อนข้างน่าแปลกใจที่เหล่าคนที่ออกมายืนต้อนรับเขากับโทนี่และเจ้าหน้าที่หน่วยชีลด์ ไม่มีเค้าสีหน้าแห่งความประหลาดใจ อาจจะมีความสงสัยเจือไว้จางๆ แต่ที่เห็นได้ชัดน่าจะเป็น
              ความรำคาญปนงงงวย
              บรูซกลืนน้ำลาย เขาหวังว่าเขาจะไม่เป้าหมายของความรู้สึกนั้นนะ
              เขาเดาถูกเสียด้วย
              แต่อีกคนนี่สิยังทำตัวไม่รู้สึกรู้สาเช่นเคย

              "เฮ้ พวก คิดถึงกันรึเปล่า~"
 
              พูดไม่พูดเปล่าเนี่ยสิ โทนี่พยายามทำท่าสวมกอดคนรอบข้างที่คุ้นหน้าคุ้นตาตรงนั้น ทุกคนถอยห่างเขยิบหนี โดยเฉพาะกัปตันสตีฟ โรเจอร์ที่หลบไปฉากไปอยู่ข้างหลังก่อนพวกเลย ผมไม่โทษเขาหรอกนะ...
              บรูซกวาดสายตามองคนที่พอจะรู้จัก บาร์ตัน นาตาชา สตีฟ เขาเก็บข้อสังเกตที่ว่าธอร์ไม่ได้อยู่บนดาดฟ้ากับคนอื่นด้วยไว้เป็นความสงสัยเล็กๆในใจ

แล้วนิคฟิวรี่ก็ก้าวมาข้างหน้าหมู่คนก่อนเปิดปากพูด
              "มิสเตอร์สตาร์ก มิสเตอร์แบนเนอร์..."  นิคหยุดสายตามองอยู่ที่บรูซก่อนสืบคำพูดต่อไป
 
              "ผมเข้าใจว่าผมไม่ได้รับการบอกกล่าวล่วงหน้าถึงการมาในครั้งนี้ของพวกคุณทั้งคู่
              และผมจำได้ว่าผมไม่ได้เรียกตัวพวกคุณเข้ามา ถูกต้องไหม ? "
 
บรูซหันไปมองโทนี่ซึ่งไม่ได้มองเขาอยู่และดูเหมือนไม่คิดจะตอบคำตอบ บรูซจึงต้องเป็นฝ่ายพยักหน้าเบาๆ
              " แล้วเหตุผลในการมานี่ ขอทราบได้ไหมว่า..." นิคหันไปหรี่ตาใส่โทนี่ " มาทำไม ?"
              น้ำเสียงทิ้งท้ายของนิคยิ่งส่อแววรำคาญเมื่อพบว่า โทนี่ สตาร์กกำลังเล่นกับสิ่งที่ดูเหมือนมือถือในมือมากกว่าจะฟังเขาพูด

บรูซรู้สึกเป็นหน้าที่ของเขาที่ต้องคำถาม เขาจึงกระแอมเบาๆ เท่านั้นเองความสนใจของทุกคนบนเรือก็มุ่งมาที่เขาทันที

              "อ่า...คือ"
              "ด็อกเตอร์แบนเนอร์ ผมค่อนข้างจำได้ว่าคุณไม่ขอกลับมาหน่วยชีลด์อีกหลังเสร็จภารกิจ ผมจำได้แม่นยำเลยล่ะว่า คุณยืนกรานเด็ดขาดที่จะไม่กลับมา ผมเข้าใจอะไรผิดตรงไหนอีกล่ะ"
 
              บรูซกลืนน้ำลายแต่ลำคอยังแห้งผากเหมือนเดิม เขารู้สึกว่าความเกร็งเริ่มก่อตัวในท้องเขาแล้วค่อยๆคืบคลานขึ้นมาถึงคอหอย เขาตอบคำถามไม่ได้แต่มันก็ไม่จำเป็น เพราะ...
 
              "ไม่เอาน่า~ เราไม่ได้มาปล้นเรือพวกคุณซะหน่อย พ่อโจรสลัด พวกเราแค่คิดถึงเลยมาหาเท่านั้นเอง ใช่ไหมบรูซ ? สาบานได้สิน่าว่าไม่มีอะไรมากกว่านั้น อย่าคิดให้มันมากเลย เครียดจนหน้าดำเป็นถ่านแล้ว ผมไม่ได้หมายถึงคุณนะฟิวรี่ แล้วก็... นี่ไง นี่ไง มีคัพเค้กจากร้านชื่อดังมาฝากด้วยนะ แต่อย่าโกรธกันนะ ผมแอบกินไปแล้วสองชิ้น..."
 
โทนี่โบ้ยมาทางเขา
บรูซลืมไปแล้วนะเนี่ย
...ว่าเขาถือกล่องคัพเค้กอยู่...
 

แต่ถ้านิค ฟิวรี่เชื่อก็บ้าแล้ว
นาตาชากอดอกแล้วมองโทนี่ สตาร์กด้วยหน้าตายติดสวยของเธอ
              "คัพเค้ก...? คัพเค้กเนี่ยนะ"
              "ทำไมล่ะที่รัก คัพเค้กไม่ดีตรงไหน ขอโทษละกันที่ซื้อลิปสติกสีส้มดิออร์มาให้ไม่ได้"
              "ฉันไม่ชอบสีส้ม"
              "โอเค โอเค น่าเสียดายนะผมว่าเหมาะดีออก แต่ผมไม่เถียงกับผู้หญิงเรื่องเซนส์ของแฟชั่น ว่าแต่ว่า..."

โทนี่กวาดสายตามองและหมุนไปรอบๆ
" ว่าแต่ ปิก๊ะจูประจำกลุ่มของเราไปไหนล่ะ ? "
 
              เท่านั้นเองรอบข้างก็เงียบลง มีบรรยากาศอึมครึมกระอักกระอวนใจบางอย่างผุกขึ้นมา
              บรูซรู้สึกว่าฝ่ามือชื้นขึ้นมาทันที   ...โทนี่อาจจะผิดจังหวะ แต่เขาก็อยากรู้เหมือนกัน
              แทบสังเกตไม่ได้แต่นิคหน้าตึงขึ้นมาชั่ววูบ และเมื่อเริ่มพูดอีกครั้งเสียงเขาก็กร้าวกว่าปกติ

              " บอกมาหน่อยสิ ท่านสุภาพบุรุษทั้งสองตัวนี่จะพักอยู่กี่วัน เพราะที่นี่ไม่ใช่โรงแรมที่ใครจะมาพักได้ตามใจชอบ ไม่สบายเหมือนบ้านใครบางคนที่พังเละเทะไปตอนนี้..."  ฟิวรี่มองโทนี่ " และที่พักค่อนข้างจะแออัด ไม่มีห้องสูทพอเพียงสำหรับทุกคนหรอกนะ"
 
              นิค ฟิวรี่จิ้มอกสตาร์กตรงหน้าอก หน้าตาดุดัน
              " ไม่รู้ว่าพวกนายคิดจะมาทำอะไร แต่ถ้ามาสร้างความวุ่นวายบนเรือของฉัน ฉันสั่งขังพวกนายแน่ ....แล้วอย่าให้มีเหตุการณ์แบบนี้อีกนะ นี่มันเรือของฉัน ของฉัน ทุกคนต้องได้รับคำอนุญาตเท่านั้นถึงจะขึ้นมาได้ เพราะงั้นคราวหน้าคราวหลังยื่นคำขอก่อนจะมาด้วย ...เข้าใจชัดไหม มิสเตอร์ โทนี่สตาร์ก"
             
              โทนี่แกล้งทำหน้ามุ่ย ซึ่งดูออกได้ง่ายมากว่าเสแสร้ง
              " ทิ้งเบอร์ไว้ให้ผมสิ จาร์วิสเตรียมเม็ม อ้อ หรือว่าทวิตเตอร์ก็ได้ ทวิตเตอร์ดีกว่า ผมติดอยู่เลยตอนนี้"
              "เราไม่มีทวิตเตอร์ มิสเตอร์สตาร์ก"
              "ยังไม่มีตะหาก ...ตอนนี้น่ะนะ"

โทนี่ดึงแว่นกันแดดลงมาเล็กน้อยแล้วขยิบตาให้
บรูซก้มหน้ามองกล่องคัพเค้กสีชมพูในมือ จมดิ่งในความคิด
              ...ถ้าลงจากเรือตอนนี้...
              ...ยังทันไหมนะ...
              บรูซคำนวณระยะทางที่ฮัคจะใช้กว่าจะว่ายน้ำถึงฝั่งเงียบๆในใจ
 
              ไม่ทันละ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ระหว่างที่ลงจากดาดฟ้า บรูซพยายามเดินตามโทนี่ให้ทัน
เขาถามเสียงที่ไม่ดังและไม่เบาเกินไป
              " แล้วตกลง ธอร์ไปอยู่ที่ไหน"
              "  ไม่รู้สิ ด็อกเตอร์ เผื่อว่าคุณไม่สังเกตผมมาถึงที่นี่ก่อนคุณสามวิเท่านั้นเอง"
              " จริงจังหน่อยสิ โทนี่"
              " เดี๋ยวเราก็คงได้รู้เองแหละ ว่าแต่คุณคิดว่าถ้าผมเขียนไบโอทวิตเตอร์ให้นิคฟิวรี่ว่า BAMF เขาจะโกรธผมไหม  มันไม่ฟังดูแย่นะ แต่ก็ไม่เหมือนคำชมเท่าไหร่ ?"
 
              บรูซทำหน้างง
              " หา ?"
              โทนี่เลยส่งพีดีเอในมือตัวเองให้ดู ซึ่งบรูซได้แต่มองหน้าจอตาปริบๆ
              " คุณคงไม่ได้เอาจริงหรอกนะ โทนี่ สตาร์ก"
              " แล้วใครบอกว่าผมพูดเล่นล่ะ เดี๋ยวผมตั้งรหัสผ่านก่อนนะ บรูซคุณว่ารหัสอันไหนดีกว่ากัน riahonevi หรือ ssakcus "
 
              "แล้วทั้งคู่มันแปลว่าอะไรล่ะนั่น ?"
              " ลองสะกดถอยหลังดูสิ"
 
              สมองนักวิทยาศาสตร์ของเขาใช้เวลาห้านาที แล้วบรูซก็กุมขมับ
              เขาไม่ได้ฟังเสียงประท้วงต่อมาของโทนี่ " ดีใจซะเถอะที่ผมไม่ใช้ palindrome!!"
 
              ...มันใช่ประเด็นที่ไหนล่ะเฮ้ย...
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 
              หลังจากผ่านห้องโถงสั่งการมาแล้ว
              พวกเขาก็ได้รู้... ว่าตกลงธอร์ไปอยู่ที่ไหน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ปฏิกิริยาแรกของโทนี่นั้นไม่น่าแปลกใจ แต่ก็ดูตลกมาก
              คนของชีลด์เดินนำพวกเขามาในห้องที่ขนาดพอๆกับห้องแล็บที่พวกเขามาคราวที่แล้ว แต่แทนที่จะมีอุปกรณ์มากมายห้องนี้เป็นห้องกระจกใสมองทะลุได้ มีโซฟาหลายตัว และโต๊ะเล็กตรงกลาง ดูราวกับ...ห้องนั่งเล่น ที่อยู่ผิดที่ผิดทาง
 
แต่ปัญหาไม่ใช่ลักษณะของห้องหรอก
...ปัญหาคือคนที่อยู่ข้างในต่างหาก...

              โทนี่ร้องเฮ้ยได้ดังฟังชัดโสตประสาท
              "เดี๋ยว... นี่นาย นี่แก... ธอร์ เจ้านี่... เดี๋ยวนะ ....คำถามจริงๆคือ ทำไมวะ ทำไม.....ทำไม ?!"
 
              ธอร์ที่นั่งอยู่บนโซฟานิ่วหน้า
              " เจ้าพูดถึงเรื่องอะไร ?"
              " ธอร์ ทำไมโลกิถึงไม่อยู่ในห้องขัง..."

              บรูซพูดต่อให้แทนโทนี่พลางพยักพเยิดหน้าไปทางโลกิที่นั่งอยู่บนโซฟาอีกตัว โดยมีแค่กุญแจล็อคมืออันหนาเป็นข้อ กับอุปกรณ์ที่อุดปากที่เขาเห็นโลกิใส่ในครั้งล่าสุด และในเมื่อโลกิพูดไม่ได้ สิ่งที่บรูซเห็นจึงมีแค่โลกิกรอกตาใส่พวกเขา
              โทนี่ตบเบาะโซฟาที่อยู่ฟากตรงข้ามกับธอร์พลางถามด้วยเสียงที่สูงขึ้นเรื่อยๆ 
              " คำถามมันก็เห็นๆกันอยู่นะ ทำไมโลกิถึงไม่นอนคุก หรืออะไรก็ตามที่มันคล้ายๆกัน!"
 
ธอร์กำลังจะตอบคำถามแต่ไม่ทันอีกคน...
 
              "เพราะพี่ชายสุดที่รักของเขา ไม่ชอบใจ ที่เราจะทำแบบนั้นน่ะสิ"
              นิคฟิวรี่เดินเข้ามาสมทบพร้อมด้วยคลินท์ และนาตาชา
 
              "แต่หมอนี่มันอาชญากรที่เพิ่งถล่มกรุงนิวยอร์คไปเมื่อเร็วๆนี้เองนะ อาชญากรแถวหน้าของโลก ของจักรวาล บุคคลอันตรายโคตรๆ อาจจะไม่โรคจิตแบบฮันนิบาล เลคเชอร์แต่ก็ไม่ไกลจากความเป็นจริงนัก อย่างๆน้อยก็ขังมันไว้ในตู้เสื้อผ้าก็ยังดีสิน่า!"
 
              ธอร์ทำหน้าถมึงทึงแม้จะไม่เข้าใจสิ่งที่โทนี่พูดทั้งหมด
              " เขาเป็นน้องชายของข้า"
              " นั่นเป็นข้อมูลที่ไม่รู้มาก่อนเลยนะเนี่ย แล้วไงอีกล่ะ ดาร์ธเวเดอร์เป็นพ่อพวกนาย แล้วมันยังไง มันทำให้เรื่องนี้เปลี่ยนไปตรงไหน อย่างน้อยๆหมอนั่นก็ต้องอยู่ในห้องขัง ดีแค่ไหนแล้วที่ไม่มีคนดำแบบในคุก นายจะไม่ได้ต้องกลัวที่จะเก็บสบู่.... ผมไม่ได้หมายถึงคุณนะ ฟิวรี่ "
 

ไม่ทันจบประโยคการวางมวยก็เกิดขึ้น ธอร์ลุกขึ้นมาโต้เถียงด้วยท่าที่ที่ยังงงๆแต่ดุดันไม่น้อย โทนี่ก็พูดไม่มีช่องให้แทรกเข้าไปได้ ส่วนนิคก็พยายามกันสองคนให้อยู่ไกลกันมากที่สุด
              บรูซที่ยืนอยู่ด้านหลังได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่นาตาชาพูดว่า "ให้ตายเถอะ สตาร์ก"
              แล้วบาร์ตันก็เบือนหน้าขำเบาๆ บรูซถอนหายใจปนหัวเราะ
 
...มันอาจจะไม่ใช่การโต้เถียงกันแบบที่ทำให้เขาอาละวาดได้แบบคราวที่แล้ว...
แต่บรูซก็ปวดหัวไม่น้อย
 
 
 
 
 
 
 
 
สุดท้ายแล้วทั้งบรูซและโทนี่ก็โดนจับโยนออกมาจากห้องนั้น
แน่นอนว่าไม่ใช่ด้วยความสมัครใจ
 
นิค ฟิวรี่ตอบคำถามที่คาใจพวกเขาแบบจำนน ค่อนไปทางรำคาญใจ
              ...ธอร์ยืนยันให้ชีลด์ทำตามเงื่อนไขของตัวเอง...
              คือชีลด์จะไม่สามารถควบคุมตัวโลกิ และมีแทสเซอแร็คไว้ในครอบครองได้พร้อมๆกัน
 
เพราะยังไงธอร์ก็ต้องใช้มันในการเดินทางกลับแอสการ์ด
แต่เขาก็ไม่ยอมให้น้องชาย ไม่แท้ เพียงคนเดียวของเขาโดนคุมขังอยู่บนโลกมนุษย์
 
แม้สภาสูงจะลงมติอีกอย่างนึง แต่เรื่องนี้อยู่ในความรับผิดชอบของฟิวรี่อยู่ดี
 
              ชีลด์มีเวลาตรวจสอบแทสเซอแร็คอีกสิบวัน
              โดยระหว่างนั้นธอร์จะต้องเป็นคนเดียวที่มีสิทธิ์จับตาดูโลกิ
              หมายความว่าระหวางนั้นไม่ว่าโลกิจะทำอะไรที่ไหน จะต้องอยู่กับธอร์ 24 ชม.
              และแน่นอนว่า ต้องมีเจ้าหน้าที่คอยแอบตามเป็นพรวนด้วยล่ะนะ
              หลังจากคืนแทสเซอแร็คแล้ว ทั้งคู่จะไปไหนก็ช่างหัวพวกมัน
              แค่อย่ามาก่อความวุ่ยวายบนโลกก็พอ
 
นั่นเป็นคำพูดของผบ. นิคฟิวรี่แบบตรงตัวน่ะนะ...
 
              แน่นอนว่ามีหลายคนไม่เห็นด้วยกับการกระทำตามอำเภอใจนี้
              พวกเขาจึงแปลกใจที่กัปตันสตีฟ โรเจอร์ถึงไม่ตามเข้าไปในห้องด้วย
 
              เอาเข้าจริงๆแล้ว บรูซก็ไม่ค่อยเห็นด้วยกับไอเดียนี้เหมือนกัน
              แต่เขาสงบปากสงบคำไว้
 
 
 
 
 

 

 

             


 
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่มาเรีย ฮิลล์ ก็พาพวกเขาไปชั้นที่พัก
ซึ่งเป็นส่วนที่อยู่ไกลจากความเสียหายที่เกิดขึ้นบนเรือครั้งที่แล้วมากที่สุด
              ชั้นล่างสุดเลย
              เป็นชั้นที่ห้องแออัดอย่างที่ว่าจริงๆเสียด้วย
 
 
              "เอาล่ะ สุภาพบุรษทั้งหลาย ถึงห้องของพวกคุณแล้ว มีอะไรจะถามไหม เพราะฉันมีงานต้องทำอีกเยอะ"
              โทนี่เท้าสะเอวมองไปรอบๆ ขณะที่บรูซรับบัตรเจ้าหน้าที่ที่ต้องใช้รูดผ่านห้องมาจากมือมาเรีย
              " นึกว่าหัวหน้าคุณจะพูดเกินจริงซะอีก ไม่ได้พูดเล่นแฮะ แออัดจริงๆด้วย"
              " แล้วนั่นเป็นปัญหาหรือเปล่าไม่ทราบ"
 
สายตามาเรียบอกได้ว่า ...จงตอบว่าไม่ ไม่งั้นก็ไสหัวกลับไปได้แล้ว
 
              " ถามหน่อยสิ เทพเจ้าสองพี่น้องนั่นพักกันที่ห้องไหนน่ะ"
              " ...ฉันไม่มีสิทธิ์ตอบเรื่องนี้ค่ะ"
              " ไม่เอาน่า ยังไงผมก็รู้อยู่ดีแหละ หรือคุณจะเสี่ยงให้ผมเจาะระบบคุณอีก จำครั้งที่แล้วได้ไหม ?"

มาเรียทำท่าลังเลใจนิดนึงก่อนตอบกลับมา
              " อยู่อีกชั้นนึงค่ะ พวกเขาพักด้วยกัน"
              " ด้วยกัน ? เอาจริงดิ ที่ว่าอยู่ด้วยกันตลอดเวลานั่นนิคก็ไม่ได้พูดเล่นงั้นเหรอเนี่ย... น่าสนใจแฮะ"
 
              โทนี่ผิวปากวิ้ว
ก่อนมาเรียจะทันได้ขอตัวไปอีกรอบ พ่อหุ่นเหล็็กตัวแสบก็เอ่นปากขึ้นมาอีกครั้ง
 
              " รู้ไหม... ผมกับเขาแชร์ห้องร่วมกันได้นะ ใช่ไหมบรูซ ? ผมไม่ถือหรอก ไม่เลยสักนิด ไหนๆห้องพวกคุณพนักงานก็อยู่ักันไม่พอแล้วนี่เนอะ ผมก็อยากจะช่วยๆบ้าง ช่วยลดเหลือพื้นที่ที่ต้องใช้ภายในเรือ เป็นการดีกับทุกคนใช่ไหมล่ะ ผมออกตัวอาสาเองเลยนะเนี่ย "
 
              บรูซอ้าปากค้างน้อยๆ ก่อนจะเถียง
              " แล้วถามผมหรือยังว่าผมถือรึเปล่า"
              " โอ้ ไม่หรอก ด็อกเตอร์ คุณไม่ถืออยู่แล้ว"
              " แต่ว่าคุณได้ถามผมก่อนรึเปล่าล่ะ"
              " ทำไมผมต้องถามคำถามที่ผมรู้คำตอบอยู่แล้วด้วยล่ะ แบบนี้มันฟังดูโง่จะตาย!"
 
มาเรียตัดบท   " ไม่ต้องห่วงนะคะ ด็อกเตอร์ ยังไงคุณก็ได้ห้องส่วนตัวค่ะ"
บรูซยิ้มให้      " ขอบคุณครับ"

              ทีนี้ถึงตาโทนี่ต้องออกมาประท้วงตามประสาสตาร์กบ้างละ
              " เฮ้!! ทำไมอย่างนั้นล่ะ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมทีผมขออยู่ห้องเดียวกับ... กับแบนเนอร์ มันถึงไม่ได้ แต่คนอื่นขอกลับได้งั้นเหรอ นี่มันสองมาตรฐานชัดๆเลยนะ ที่นี่อเมริกาแน่เหรอเนี่ย"
 
มาเรียถลึงตาใส่มิสเตอร์สตาร์ก  " เพราะเรารู้น่ะสิว่าคุณจะหาทางแหย่ด็อกเตอร์ของเราจนเขาโมโหและหลุดในที่สุด"
             
              " งั้นผมถามตรงๆแฟร์ๆ เกี่ยวกับเรื่องยุแหย่ของคุณนี่แหละ มันก็เหมือนกันกับอีกคู่นึงไม่ใช่รึไง ?"
              " ...คู่ไหน ?"
              " ยังจะถาม ก็คู่รักดราม่าชาวแอสการ์ดนั่นไง!"
              " นั่นไม่เหมือนกัน เราเล็งเห็นแล้วว่าต้องมีใครสักคนดูแลอาชญากรแถวหน้าของโลก และพี่ชายของเขาเหมาะสมที่สุด"
              " นั่นคือสิ่งที่ผบ. ฟิวรี่บอกคุณเหรอ หรือนั่นคือสิ่งที่เขาอยากให้คุณเชื่อ เพราะเป็นผม ผมจะไม่เชื่อเลยสักส่วนเดียว"
              " ...มิสเตอร์โทนี่ สตาร์ก คุณกำลังพยายามจะสื่ออะไร"
 
บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาตามที่เจ้าตัวแสบอยากให้เป็น
 
แล้วบรูซแทบจะนิ่งค้างไปเมื่อโทนี่เดินมาโอบคอเขาแบบสนิทสนมเกินเหตุ
โทนี่พูดด้วยสีหน้าตาย น้ำเสียงซีเรียส แต่นั่นยิ่งทำให้สิ่งที่เขาพูด... น่าปวดหัวขึ้นอีกร้อยเท่า
 
              " ผมแค่อยากจะบอกว่า มันไม่ยุติธรรมเลยนะ ที่พวกนั้นได้ห้องสูทสวีท แต่พวกผมไม่ได้..."
              ...........ห๊ะ...?.........

แล้วความเอ๋อก็เข้าจู่โจมทั้งเขาและมาเรีย... มาเรียยืนกระพริบตาปริบๆ
ก่อนหล่อนจะแยกตัวขอไปทำงานด้วยเสียงอันเบากว่าในตอนแรกมากนัก
             
              โทนี่หัวเราะแล้วตบไล่เขาดังป้าบๆ
              และบรูซ ไม่เคยรู้สึกอยากเอาหัวโขกกำแพงเท่านี้มาก่อนเลย

              และถ้าให้ดีต้องเป็นหัวโทนี่ สตาร์ก ไม่ใช่หัวเขา
 


 

 


 
 
 
 
 
 
แต่เรื่องมันก็แปลกขึ้นเรื่อยๆ
ในวันต่อๆมา
 
              " เอาเข้าไป ไม่ขังคุกผมยังพอทนนะ เพราะอย่างน้อยก็อุดปากกับล่ามโซ่หมอนี่ วันนี้คุณกลับเอามันออกอย่างนั้นเรอะ ถามจริงเถอะ เทพเจ้านี่ไร้สติกันแบบนี้ทุกคนรึเปล่า ?"
 
              ธอร์ทำหน้าหงุดหงิด " โลกิไม่ชอบที่อุดปากนั่น..."
              " เฮ้ พี่ชายผู้แสนดี นายไม่คิดว่านายตามใจน้องจนเคยตัวเกินไปบ้างรึเปล่า"
              " สตาร์กสหายข้า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้า อย่าเข้ามายุ่ง"
              " โอเคๆ แค่อยากให้รู้ว่านี่เป็นความคิดที่โคตรไม่เข้าท่าเลยเท่านั้นเอง"
 
              บรูซมองตามโทนี่ที่เข้าไปนั่งลงใกล้ เทพเจ้าแห่งความร้ายกาจที่ตอนนี้ปากเป็นอิสระแล้ว โลกิเยื้องมองโทนี่ด้วยสายตาไม่ไว้ใจเท่าไหร่แต่สีหน้ายังเรียบเฉยอยู่
              " แล้วไหงคนที่ขอเอาที่อุดปากออก ถึงเงียบเป็นใบ้แบบนี้ล่ะ..."
              โทนี่หรี่ตา
              " อ้าปากหน่อยสิ เพื่อความชัวร์ว่าไม่มีใครในนี้แอบตัดลิ้นนายไปเก็บไว้เป็นคอลเลคชั่น"
              " สักวันข้าจะตัดลิ้นคมๆของเจ้าเก็บไว้ขัดรองเท้าเอง เจ้ามนุษย์"
 
โทนี่หัวเราะ
              " โอเค ยังใช้การได้ ว่าแต่ ถามหน่อยสิ อยู่ในนี้อึดอัดกว่าอยู่ในห้องขังคราวที่แล้วหรือเปล่า คือไม่ว่ากันนะ ถึงแม้จะมีโซฟาก็เถอะ แต่มันคงอึดอัดพิลึกแหละที่ต้องตัวติดอยู่กับพี่ชายตัวเองทุกวี่ทุกวัน เบื่อไหม อยากให้ช่วยหาอะไรทำรึเปล่า อยากเปลี่ยนคนเฝ้าไหม ?"
              " สตาร์ก..."
 
โทนี่ตบแล้วถูมือ เพื่อไล่สายตาเย็ยเยียบที่เอเลี่ยนเทพเจ้าส่งให้
              " อือหึ ความต้องการรับแขกติดลบ งั้นเพื่อทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดีกว่าพวกที่เหลือนี่ ฉันจะแสดงน้ำใจชาวโลกด้วยการออกไปหาเครื่องดื่มกับอะไรอร่อยๆมาให้ทานละักัน เด็กๆก็อยู่กันเงียบๆอย่าซน เข้าใจไหมลูก~"
 
โทนี่ไล่ชี้นิ้วไปทีละคนเริ่มที่ธอร์ " ธอร์ นายคงขอเหล้า แต่ไม่ ถ้านายเมาโลกิก็หลุด งั้นพวกนายสองพี่น้องเอาเป็นกาแฟแรงๆสักแก้ว เอสเปรสโซ่ดีไหม เอสเปรสโซ่ละกัน ....แบนเนอร์ นายจะเอาอะไร ?"
 
              บรูซส่ายหน้างงๆ เพราะเมาสปีตในการพูดของโทนี่แต่ก็ตอบได้ทันควัน
              " ผม... ผมไม่ดื่มกาแฟ คาเฟอีนมันทำให้หัวใจเต้นรัวขึ้น นั่นแหละ... คุณคงเข้าใจนะ"
              " ไม่เอาน่าบรูซ คุณนั่งดู Paranormal Activity กับผมจนจบสามภาคเลยนะ แต่คุณกำลังจะบอกคุณคุมตัวเองเหนือกาแฟแก้วเดียวไม่ได้เนี่ยนะ ทำไม ฮัคแพ้เมล็ดกาแฟรึยังไง"
 
หางตาโทนี่เหลือบไปเห็นเทพเจ้าคนน้องขยับเปลี่ยนท่านั่งอย่างกระทันหันเมื่อเขาพูดชื่อเดอะฮัค
 
              " เหมือนใครบางคนแถวนี้จะกลัวคุณนะ ด็อกเตอร์"
              บรูซร้องหือ โทนี่จึงแกล้งทำท่าฟาดอะไรบางอย่างกลางอากาศ
              บรูซจึงเข้าใจและร้องอ๋อเบาๆ
 
โลกิส่งสายตาไม่เป็นมิตรสุดๆให้โทนี่
              " ไอร่อนแมน อยากรู้นักว่าเจ้าจะทนอสุรกายได้นานกว่าข้ารึเปล่า แม้จะในสูทเกราะนั่นก็เถอะ ข้าล่ะสงสัยจริงๆ"
              " หูว อย่าเพิ่งอารมณ์เสียสิ เจ้าชาย จะบอกให้นะว่าบ้านฉันจะมีอ่างจากุซซี่รูปคนก็เพราะนายนี่แหละ"
              ทุกคนในห้องนั้นได้ยินเสียงกัดฟันกรอดของโลกิชัดเจน
 
 
              " สตาร์ก อย่าแกล้งน้องข้า"
              วายร้ายตัวจริงประจำห้องจึงยกมือขึ้นยอมแพ้ แต่รอยยิ้มประดับหน้าเด่นหลา

              " โอเคๆ อย่าโกรธน่า เดี๋ยวไปเอากาแฟมาให้ ถ้าคัพเค้กยังเหลือจะเอามาฝากนะ ป่ะ...บรูซ"
              " ...ผมเพิ่งบอกไปว่า ผมไม่ดื่มกาแฟนะ โทนี่"
              " เออ มาเหอะน่า "

             
              โทนี่ลากคอบรูซออกมาจากห้องโดยไม่รอช้า
              " ด็อกเตอร์ คุณจะอยากอยู่เป็น กขค. ไปทำไมเล่า..."
 

 
 
 
 
 
 
 
ให้ผมเล่าความจริงอะไรให้ฟังนะ...
หลังจากนั้นกาแฟไปไม่ถึงห้องสักแก้ว
 
 
 
และโดนคำสั่งนิค ฟิวรี่
กักบริเวณอีกด้วย
              ...อันที่จริงมันก็ไม่เชิงกักบริเวณหรอกนะ
              เพราะเขาและโทนี่สามารถไปได้ทุกเขต
             
              แค่ห้ามเข้าใกล้เทพไม่ว่าจะองค์ใดเกิน 20 เมตร
 
              สาเหตุมันไม่ใช่ผมหรอกนะ โทนี่ต่างหาก
              ...แต่โทนี่ยักไหล่ แล้วบอกแค่สองสามวันเอง...
 
 
              มันก็คงดีถ้าไม่มีอีกเหตุการณ์ตามมาหลังจากนี้พอดี
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
              เสียงเคาะประตูยามหัวค่ำ
              " นั่นใครน่ะ ?"
 
              บรูซตะโกนออกมาจากในห้องน้ำ เขาเลื่อนหมุนปิดน้ำ เผื่อจะได้ยินเสียงอีกฝ่ายตอบได้ชัดเจนมากขึ้น แต่ไม่มีเสียงคนตอบ... มีแต่เสียงเคาะที่ดังขึ้น รัวขึ้น และ แรงขึ้น
 
บรูซผันผ้าขนหนูรอบเอว แล้วรุดออกมาจากห้องน้ำ เสียงเคาะดังเป็นพักๆ คราวนี้เคาะเป็นจังหวะเพลงอะไรสักอย่าง
              " รอเดี๋ยวนะ!!"
 
บรูซรีบแต่งตัวท่อนล่างก่อน แล้วเดินไปดูตาแมวว่าเป็นใครกันแน่ที่มารบกวนเวลาส่วนตัวชาวบ้านแบบนี้
              โทนี่
              ...ทำไมเขาถึงไม่รู้สึกว่าน่าแปลกใจ...
 
บรูซเปิดประตูทันที ทำหน้าละเหี่ยใจ
              " มีอะไร โทนี่"

              " ว้าว ด็อก... คุณนอนเปลือยบนเหรอ"
              " อันที่จริง ผมยังอาบน้ำอยู่จนถึงเมื่อครู่นี้เอง"
              " อ่า ...งั้นก็ขอโทษละกัน แต่ไหนๆคุณก็อาบเสร็จแล้ว ผมเข้าไปได้ไหม"
 
              บรูซเปิดประตูค้างไว้เป็นนาที มองคนกวนด้วยสีหน้านิ่งๆ สุดท้ายก็ถอนหายใจแล้ว หันหลังกลับเข้ามาในห้องปล่อยให้โทนี่เข้ามาในที่สุด บรูซหันไปหยิบเสื้อท่อนบนมาใส่ขณะถามโทนี่ด้วยน้ำเสียงระแวงว่า
 
              " ที่มานี่ ผมเดาว่าคงไม่ใช่เรื่องดีอีกล่ะสิ"
              " ด็อกเตอร์ ผมเจ็บนะ!"
              โทนี่ทำท่าขยุ้มหน้าอกและเจ็บปวดไปพร้อมๆกัน
              บรูซส่ายหน้าขำๆ
 
" แล้วที่มานี่ตกลงมีอะไร"
โทนี่นอนลงบนเตียงเขาโดยไม่ขออณุญาต แต่โชคดีที่เขาไม่ถือสักเท่าไหร่...
 
              " หมอคิดว่าไงกับสองคนนั่นน่ะ"
              " สองคนไหน ?"
              โทนี่เลิกคิ้วใส่เขา
 
              " จะให้คิดอะไรล่ะ ก็สองคนนั่นเป็นพี่น้องกันไม่ใช่เหรอ ก็แค่นั้น"
              " หมอคิดอย่างนั้นจริงๆเหรอ..."
              " อย่าแม้แต่จะคิดทำอะไรแพลงๆเชียวนะ โทนี่ ขนาดวันนี้ไม่เกิดอะไรขึ้นเลยแท้ๆ เราทั้งคู่ยังโดนสั่งแบนเลยนะ"
              " ผมก็ไม่ได้จะทำอะไรนี่ แล้วหมอคิดว่าผมจะทำอะไร ?!"
 
              ...อะไรก็ได้ที่นายเห็นว่าสนุกน่ะสิ...
              บรูซหันไปรื้อของจากกระเป๋า
 
              " คำสั่งของท่านผบ.นิคคือ ห้ามเ้ข้าใกล้ก็พอไม่ใช่เหรอ...... แค่ไม่เข้าใกล้ก็พอนี่นา"
              " แค่ไม่เข้าใกล้ ผมว่าก็ไม่สามารถทำอะไรได้แล้วนะ ยกเว้นคุณจะโทรเฟซไทม์เข้าไปก่อกวนพวกนั้น"
              " ได้โปรดเถอะ ด็อกเตอร์ ธอร์ยังเรียกโทรศัพท์ว่ากล่องมหัศจรรย์อยู่เลย!"
              บรูซขำพรืด
 
              " แล้วคุณยังจะทำอะไรได้ บอกผมสิ สตาร์ก"
 
เท่านั้นเองโทนี่ก็โชว์หน้าสีจอมวางแผนออกมา
พลางหยิบแผงจอออกมากางและอุปกรณ์อีกบางชิ้น
 
              " จาร์วิส ฉายภาพกล้องวงจรปิดทุกตัวบนเรือสิ ....หาห้องที่มีเพื่อนของเราอาศัยอยู่ ไม่เอากัปตัน บาร์ตันหรือนาตาชา"
              " โทนี่....!"
              " ก็คุณอยากรู้้ไม่ใช่เหรอว่าผมทำอะำำไรได้!!"
              บรูซยกมือขึ้นลูบหน้าช้าๆ
 
              " อะฮ้า เจอแล้ว!"
 
              ก่อนโทนี่ทันเปิดปาก บรูซก็กระชากอุปกรณ์ทั้งยวงมาจากมือโทนี่แ้ล้วกระโจนไปอยู่อีกฝั่งนึงของห้องโดยสิ้นเชิงเลย... แน่นอนว่าทั้งหมดนี้กระทำโดยไม่อาศัยแรงมากพอที่จะทำให้ของเล่นของโทนี่เสียดายหรอกนะ บรูซทำให้แน่ใจว่าตัวเองทำแบบนั้น ในฐานะนักวิทยาศาสตร์เขารู้ดีว่าไม่มีใครชอบให้ของของตัวเองถูกทำลาย
 
              " เฮ้!!!!! ด็อกเตอร์ นั่นมันของของผมนะ!! "
 
 
 
 
              โทนี่เริ่มขึ้นท่าทีก้าวร้าว
              ...บรูซเพียงแต่ผ่อนลมหายใจอย่างใจเย็น...
 
              " ผมจะคืนมันให้ ถ้าคุณสัญญาว่าจะไม่เอามันไปใช้แอบดูชาวบ้านนะ โทนี่"
              " นี่หมอกำลังกล่าวหาผมอยู่นะ"
              " สัญญาสิ โทนี่"
 
              " ผมไม่ได้จะเอาไปใช้ทำอะไรอย่างที่คุณว่าซะหน่อยนะ ด็อกเตอร์ ผมแค่..แค่..."
              " แค่อะไร ?"
              " โอ๊ย ลืมมันซะเถอะ.... ส่งพีดีเอผมคืนมาได้แล้ว แบนเนอร์!"
 
              น้ำเสียงของโทนี่ส่อแววรำคาญ ตอนนั้นเองที่บรูซรู้สึกใจหายเหมือนเขาได้ข้ามเส้นบางๆของความสัมพันธ์อันละเอียดอ่อนของพวกเขาทั้งคู่ และที่น่ากลัวคือมันอาจจะพังลงได้ด้วยเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ เขาสะดุดลมหายใจของตัวเอง
 
บรูซยื่นของเล่นคืนให้โทนี่ มือของโทนี่คว้าหมับ
แต่บรูซยังไม่ได้ปล่อยมือ...
 
              " ปล่อยมือสิ หมอ"
              บรูซถอนหายใจยาวๆอย่างเกร็งๆ
 

              " ขอแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวก็ได้โทนี่ ไม่ต้องเข้าไปยุ่งกับเรื่องของคนอื่นจะได้ไหม"
              " ทำไมล่ะ ? ทีหมอยังเข้ามายุ่งเรื่องของผมเรื่องที่ผมไปยุ่งกับเรื่องของชาวบ้านเลยนะ"
 
              เหอ ?
              บรูซทำหน้าไม่เชื่อหูตัวเอง แล้วนวดหว่างคิ้วอย่างเหนื่อยล้า
              " ....บางทีสักวัน ผมอาจสามารถให้ อีกคน ของผมคุยกับคุณ และทำให้คุณมีสามัญสำนึกมากขึ้นแบบคนธรรมดาทั่วไปก็ได้นะ"
             
              " เยี่ยมเลย อย่าลืมบอกเขาให้กอดผมด้วยนะ แน่นๆเลย กอดผมแน่นๆเลย"
              "...มันยังพอมีทางไหนที่ผมจะพูดให้คุณเปลี่ยนใจได้บ้างไหม โทนี่ สตาร์ก"
 
              โทนี่กระชากพีดีเอออกจากมือเขา หัวเราะเบาๆ และมีรอยยิ้มชอบกล
              " ไม่มีเลย หมอ ไม่มีเลย"
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เมื่อบรูซยืนยันกับโทนี่ว่า เขามั่นใจว่าธอร์และโลกิไม่มีอะไรในกอไผ่
โทนี่ก็ประชิดตัว ยื่นหน้าเข้ามาใกล้เขา ใกล้มาก
 
 
"อยากพนันกันไหมล่ะ"
              "เราไม่ควรทำแบบนี้นะ"
              "มันสนุกจะตาย ฟังนี่นะ..."

แล้วเสียงพูดพล่ามก็ตามมา เขาไม่ได้ตั้งใจฟังเพราะมันไม่ใช่ประเด็นของเรื่อง
เขานิ่วหน้าแต่มันไม่มีผลสักเท่าไหร่ เพราะเขารู้นิสัยอีกฝ่ายดี
สุดท้ายจึงยอมแพ้ในตอนที่โทนี่
ชูมือขึ้นกลางอากาศโบกไปมาราวเด็กๆ
 
              "มันจะฆ่าเวลาที่เหลือของเราได้อย่างดีแน่นอน เชื่อผมสิ!"
              "โอเค"
 
บรูซมั่นใจว่าเขาเห็นสีหน้าโทนี่ตกใจจริงๆก็คราวนี้แหละ
เขารู้ทันทันทีว่าโทนี่กำลังจะถามว่า จริงเหรอ หมอ ? เพราะสีหน้าท่าทางเขาบอกออกมาหมดแล้ว
บรูซจึงขัดด้วยท่อนต่อไปว่า
 
              "แต่ถ้าใครถามตอนเราโดนจับได้ จำไว้เลยนะว่าเนี่ยเป็นไอเดียคุณ"

              สิ่งแรกที่ผมได้จากเขา
              คือยิ้มที่ฉีกถึงรูหู
 
              " ให้ตายเถอะ ด็อกเตอร์  คุณนี่มันร้ายกาจจริงๆ"
              " ประเด็นคือต้องไม่โดนจับได้นะว่าเราทำอะไร"
              " ทราบแล้ว กัปตัน ไม่มีพลาดหรอกครับ หัวหน้า"
 
              โทนี่ตะเบ๊ะ แล้วทั้งคู่ก็หลุดขำ
              แต่บรูซยังมีคำถามคาใจ
 
" แล้วเราจะพนันกันด้วยอะไร ?"
โทนี่ใบ้ไปชั่วครู ก่อนยักไหล่
 
" ไม่รู้สิ... ผมลืมคิด"
" ...โทนี่"
" หมอก็รู้ว่า ผมมันพวกทำอะไรตามการหลั่งของอะดรีนาลีนในสมองแล้วก็ใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง!"
 
              โทนี่ทิ้งตัวลงเตียงนอนเขาอย่างแรงก่อนจะกระเด้งขึ้นมาเหมือนฉุกคิดอะไรได้
              " ผมรู้ละ ผมจะขอให้หมอนั่งดูหนังมาราธอนกับผมหนึ่งวันเต็มๆ โดยที่คุณไม่มีสิทธิ์เลือกหนังที่จะดูเลย!!"
 
              โทนี่ทำท่ากำมือแห่งชัยชนะ
              บรูซกำลังจะอุทานว่าไม่อยู่แล้ว แต่คำพูดที่ออกมากลับเป็น
 
              "...ตกลง..."
              " อ่า...... ไม่ได้คาดหวังว่าหมอจะเซย์เยสให้ผมง่ายๆแบบนี้แฮะ ...นี่แปลว่าคุณอาจจะขออะไรที่มันร้ายแรงกว่านี้อีกสินะ งั้นผมไม่เอาแล้วดีกว่า จู่ๆผมก็ชักกลัวคุณขึ้นมามากๆเลยล่ะ ด็อกเตอร์"
 
              " คนอย่างโทนี่ สตาร์กเนี่ยนะกลัวผม..."
              " โดยเฉพาะคุณและพี่ฮัคเลยล่ะ บรูซ"
              บรูซยิ้มบางๆ ลากแขนโทนี่ให้เขาุลุกขึ้นมาจากเตียง
              พลางดันโทนี่ไปที่ประตู
 
              " ผมไม่ขออะไรที่เกินความสามารถคุณหรอก"
              " แล้วที่ว่านั่นมันคืออะไรกันล่ะ ?"
              " ....ผมยังคิดไม่ได้ แต่ถ้าคิดได้จะบอกละกันนะ..."
 
              แล้วบรูซก็ผลักโทนี่ออกจากห้องเขาได้สำเร็จในที่สุด
              เมื่อเขาไล่เจ้าตัวแสบไปได้แล้ว เขาก็ปิดประตู
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
              "เดี๋ยว เดี๋ยว เดี๋ยว ด็อกเตอร์....!"
              โทนี่สอดตัวแทรกเข้ามาระหว่างช่องประตูก่อนที่เขาจะปิดสนิททัน
 
              "ผมลืมบอกอะไรไปอย่างนึง..."

              เป็นหลายนาที ที่บรูซลืมหายใจ
              เมื่อหน้าของโทนี่ห่างจากเขาไม่ถึงคืบ
 
ตาคู่นั้นมองเขาโดยไม่กระพริบ มีบางอย่างในนั้นที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
มันเป็นแววตาที่ทำให้บรูซหายไม่ทั่วท้อง
 
              " ด็อกเตอร์ .....คุณเนี่ย..."
               ระยะห่างระหว่างคนสองคนแคบน้อยลงไปอีก
               โทนี่รุกคืบเข้ามา ทำให้เขาต้องถอยหลังติดผนังห้อง
 
 
              บรูซเชื่อว่าหน้าเขาต้องแดงอยู่แน่ๆ
              เพราะตอนนี้แก้มเขาร้อนผ่าวไปหมดแล้ว
              เมื่อโทนี่ส่งสายตาหวานเยิ้มมาให้
 

              "คุณเนี่ย..."
              โทนี่ช้อนตาขึ้นมองเขาช้าๆ
              บรูซลืมหายใจ

 
 
 
 

              " คุณเนี่ย.........
              หุ่นดีกว่าที่ผมคิดอีกนะ"
 
              แล้วโทนี่ก็กระโดดแผล็วออกไปจากตัวเขา
              พร้อมปิดประตู
 
              ด้วยเสียงหัวเราะร่าดังลั่น
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
(รอตอนสาม)
 
 
 
 
 
 
 
__________________________
 
 
 
 
 
 
Scumbag Tony
 
 
มาถึงโซนบ่น
ใครไม่อยากอ่านก็ข้ามไปซะ
 
 
 

 
 
 
 
Dear 6 คอมเม้นต์แรก
ฉันไม่รู้จะอธิบายให้ พวกเธอฟังยังไง orzllll แต่ว่าที่พวกเธอได้อ่านเมื่อคืน มันเป็น "Draft" ที่คนแต่งไม่ได้ตั้งใจ Publish เลยฟร้อยยยยยยย!!
 
คือตูไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตูแปะมันลงไปแล้วอ่ะ!!
เพราะงั้น T ______ T ฮือ เฟล ฮือ //ต่อยแหนวแก้เครียด
 
 
 
ระหว่างแต่งตอน 2 นี่
มีอุปสรรคโคตรเยอะ จริงๆตอนสองที่ตูแต่งมันไม่ได้จบแบบนี้หรอกนะ มันเป็นอีกแนวเลย แต่พอดีว่าบ้านไฟดับ ตูลืมเซฟ............ บรรลัยค่า O<-----< //แกล้งตาย
เพราะงั้นสิ่งที่พวกเจ้าอ่าน ถ้าไม่พอใจส่วนไหนก็อย่าหงุดหงิดให้มากนักเรย....
มันไม่ได้เป็นแบบนี้หรอกนะ
 
 
จริงๆช่วงนั้นเฟลกว่าเมื่อคืนอีก
เฟลจนแบบ ตูไม่แต่งต่อแล้วว้อยยยย ตอนเดียวจบก็พอแล้วว (หลอกคนอ่าน)
แต่พี่มุก ช่วยพูดให้มีใจกลับมาแต่งอีกครั้ง กล่อมนานอยู่หรอกนะ...
 
ตามไปขอบคุณท่านผู้มีพระคุณของพวกเจ้าซะสิ >>มุกกึ<<
 
 
 
.........เออ นั่นแหละ เหตุการณ์ในครั้งนี้หลายอย่างๆทำให้รู้ว่า
ตอนต่อแต่งยากเว่อร์ๆแล้วก็
พระเจ้าไม่ชอบคู่ Bruce/Tony
จริงๆ ฮีอาจจะเป็นแฟน Steve/Tony ที่ลงมาก่อกวนการก่อร่างสร้างแฟนด้อมนี้ก็เป็นได้


..............//โดนฟ้าผ่าตาย
 
 
 
 
 
 
 
เออจบโซนบ่น
...
 
ใครข้ามโซนบ่น ปั๊ดต่อยเลยนี่ (แล้วแกจะให้เลือกข้ามได้ทำไมวะ...)
 
 
paradox ในฟิคนี้เยอะมาก จริงๆกะจะแก้....แต่มันไม่แฟร์กับหกคนแรกที่อ่านไปแล้ว เพราะงั้นยอมรับชะตากรรมร่วมกันนะทุกท่าน....
 
 
 
 
ขอบใจแหนวด้วย
แต่อยากต่อยมึงมากฟ่า....
 
 
 
 
แล้วถ้าใครไม่เข้าใจมุขรหัสผ่านทวิตเตอร์ที่โทนี่ตั้ง
โทนี่แค่กลับคำ I've no hair กับ suck ass ให้นิคฟิวรี่เท่านั้น
ส่วนพาลินโดรมนั้นเป็นคำที่ กลับหน้ากลับหลังแล้วยังเหมือนเดิมนั่นเอง
 
 
มุขล้ำไปป่ะวะ..........//โอเค วันหลังจะไม่ทำงี้กับท่านผู้อ่านอีกแล้ว
//กราบขอขมา
 
 
แล้วชั้นน่ะอยู่ ม.6 เตรียมสอบแล้ว O<----<
คงไม่ว่างมาอัพพรวดๆหรอกนะ
 
 
 
 
 
ตั้งศาลเจ้าแม่แล้วจุดรูปเรียกรอไปก่อนละกันนะ
//โดนรุมต่อย