[MIE AU] Checkmate (2)

posted on 12 Feb 2013 19:00 by nextdoor in MIS-MIE directory Fiction, Entertainment, Diary
.
.
 
                ' ปัง'
 
สุรเสียงนี้  
ไม่เคยกังวาน 
                ไม่มี
                ปลอกกระสุน
                ไร้ควัน ฤๅ เขม่า
ไร้  เลือด
ไร้งานศพต้องให้จัด
 
                " เขายัง   หายใจ"
 
เพียงลมผิวแผ่ว
                พ่นกระซิบ
                จากปากคนตรงหน้า
หยุดได้ทุกสิ่ง
ที่เขาหมายกระทำ
หยุดเขาทัน ก่อนที่เขาจะได้ขยับยกปืนขึ้นยิงดั่งใจหมาย
                ประโยคหยุด  ซึ่งความตาย
 
ไมลส์ยังคงสัมผัสได้ถึงมือเขาที่สั่น  ระริก
                เขา
อยากลั่นไกเหลือเกิน  
อยากลั่นไกเหลือเกิน  
อยากลั่นไกเหลือเกิน
 
                มันใกล้แค่ไหนอีกฝ่ายคงไม่รู้หรอก
                เขาใกล้แค่ไหน
เขาก็ไม่รู้เช่นกัน
                มันแค่... อีกนิดเดียว  นิดเดียว
 
มันคือแค่เศษเสี้ยววิที่อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลในหัวเขา
 
 
                ถ้าอีกฝ่ายปล่อยให้เขาจบเกมส์นี้
แบบง่าย...
คงจะดีกว่านี้แน่แท้
 
อีกฝ่ายรู้ และ อีกฝ่ายยิ้ม
                ไมลส์สูดลมหายใจเข้าลุ่มลึก     
 
                " ....คนของฉันอยู่ที่ไหน...."
ซิลเวียนพรายยิ้มให้กว้างยิ่งขึ้น
หัวเราะแม้พ่นยาพิษ
 
                " ก็คงจะอยู่ในอพาร์ตเมนต์ของเขากระมังครับ ผมลืมดูตอนออกมาเสียด้วย..."  
                " ........นาย...! "
                " โอ้ อย่าเพิ่งมีอารมณ์ไป ไมลส์ เขาคงมีชีวิตอยู่ต่อได้แน่นอนล่ะ"
 
นิ้วมือไมลส์เกร็งเข้ายามซิลเวียนยกถ้วยกาแฟขึ้นจรดแล้วกระซิบ
 
                " แต่ไม่รู้ว่าไหนสภาพไหนนี่สิ"
                เพียงเท่านั้น...
 
                ซิลเวียนเบิกตาตกใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายตบโต๊ะข้างที่มีปืนขึ้นมาเสียงดังหากไม่ได้วาง ปืนยังอยู่ในมือ ไมลส์หากใช้มืออีกข้างกระชากเนคไทค์จากเสื้ออีกฝ่าย
 
แววตาโกรธเกรี้ยว ดั่งไฟ
เขาพ่น
                " นี่คงเป็นเรื่องตลกสำหรับนายสินะ นายหวังให้ฉันหัวเราะใช่ไหม ได้ ฉันจะหัวเราะแน่ หัวเราะตอนฝังกระสุนเข้าไปในเบ้าตานาย"
                อึ้ง
                ซิลเวียนทำหน้าราวเห็นสะพานลอนด่อนถล่มลงมา
                แผดเสียงหัวเราะลั่น
มือไมลส์ยิ่งรั้งไทค์เข้ามา กระตุกลำคออีกฝ่ายหวังให้เจ็บปวด
 
                " ใจเย็นสิมิสเตอร์เอ็ม ผมเข้าใจว่าคุณโกรธนะ แต่คุณก็ต้องยอมรับว่าอเจนท์ของคุณมีร่างกายที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ทำยังไงถึงจะมีร่างกายน่าหลงใหลแบบนั้นได้นะ"
                ซิลเวียนถูกกระชากคออย่างแรงอีกครั้งจึงยกมือข้างเดียวขึ้นยอมแพ้
                " โอเค โอเค ผมจะหยุดแล้ว แต่คุณกำลังเรียกสายตาผู้คนอยู่นะไมลส์"
 
มือข้างที่ยกขึ้นยอมแพ้
เลื่อนมาจับมือคนที่กระชากไทค์เขาอย่างนุ่มนวล
                แตะแผ่วเบา
                ไล้ไป
                เลื่อนไป
กุมมือมิด
 
                " นั่งลงเถอะ"
                น้ำเสียงอบอุ่น  เช่นฝ่ามือ
วูบไหว
เขาชั่งใจ
                สัมผัสอุ่นๆที่มือบีบเข้า
                เร่งให้เขาตัดสินใจ
มีเสียงพรายปีศาจกระซิบข้างหู
แล้ว
                เขาก็นั่ง  เลื่อนลดปืนไปไว้ในตำแหน่งเดิม 
 
                ซิลเวียนเพียงกระชับไทด์และปกเสื้อให้คงรูปเดิม แกล้งหงุดหงิดแบบขบขัน
 
                " ผมไม่หวังให้คุณมีอารมณ์ร่วมขนาดนี้แฮะ ผิดคาดผมไปเหมือนกัน แต่ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องส่วนตัว ถ้าสำหรับเรื่องอเจนท์แสนรักของคุณนั้น ผมขอโทษด้วย แต่ผมจำต้องการคุยกับคุณจริงๆวันนี้....."          
 
                ปากอีกฝ่ายนิ่งค้างกลางอากาศ 
ทอดมองไปยังที่แสนไกลในแม่น้ำ
                ราวจับต้องอะไรได้
                หากว่างเปล่า
เนิ่นนานนาที
นานนับ
                เมื่อมันเสกลับมา
 
                แววตาขี้เล่นก็วับหายไป
 
                " เล่นกันพอแล้ว เรา...เข้าเรื่องกันเถอะครับ เอ็ม"
 
                ไมลส์ผงะนิ่ง
เท้าครูดพื้นใต้โต๊ะ
ลากผ่าน
                เกือบถอยหลัง หากยั้งตัวไว้ทัน
                เขาหวั่น....
เพราะบรรยากาศ
เพราะอากาศ
เพราะสายตา
เพราะแววตา
เพราะกลิ่นไอ
เพราะรอยยิ้ม
                โดยเฉพาะ
                รอยยิ้ม ของคนตรงหน้า
 
 
                ....ไม่มีอะไรเหมือนที่เขาเคยเห็น....
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
แล้ว
สองบุรุษแห่งศตวรรษ
                ก็นั่ง ณ ที่นั้น
                ประหนึ่ง
เพื่อนดื่มชา
 
 
                " หลังพรุ่งนี้จบ... หลังทุกอย่างปิดฉาก... คุณคิดจะทำการใดต่อ มิสเตอร์เอ็ม"
                " ....หมายความว่ายังไง ?"
ไมลส์เข้าใจคำถาม
หากเจตนา
                เขาสงสัย
 
                ซิลเวียนยักไหล่ ผายมือบนโต๊ะ
ปฏกิริยาจริงใจ
ที่ไม่จริง
 
                " ตรงตัว ...หลังจากพรุ่งนี้ คุณจะทำอะไร"
                " แล้วนายจะรู้ไปทำไม"
                " ก็แค่สงสัย ว่าถ้าไม่มีพวกผมให้ไล่ล่าแล้ว พวกคุณจะยังมีความสำคัญอะไรอีก"
คำแรกในหัวเขา
อวดดี
                " องค์กรฉันไม่ได้มีไว้ไล่ล่าหนูสกปรกแบบพวกนายเพียงอย่างเดียวหรอกนะ เราก็มีหน้าที่ปกป้องราชอาณาจักรและมีภารกิจกระจายอยู่ตามทั่วโลก พวกนายมันก็แค่องค์กรเล็กๆ อย่าทระนงตัวเกินไปนัก"
 
อีกฝ่ายแกล้งทาบยอดอก
ตีหน้าเจ็บปวดคณา
                " ถึงเล็กแต่ก็มีประสิทธิภาพนะครับ"
                หัวเราะหึหึ ซิลเวียนกล่าวสืบไป
 
                " งั้น... คุณก็คิดว่าพรุ่งนี้คุณจะชนะสงครามจริงๆหรือ"
                " เปล่า"
                " แต่คุณก็มั่นใจ มั่นใจจนพูดถึงอนาคตนี่ไมลส์"
                " ฉันพูดถึงความเป็นไปได้"
นิ้วสยายไล้บนโต๊ะเหล็กเย็น
เม้มปากแล้วส่ายหน้า
                ซิลเวียนหลุดหัวเราะในลำคอ 
                เหมือนจะพูดอะไร
หากก็แค่เสมองไปทางแม่น้ำแล้ว
                ส่ายหน้า
 
" ผมไม่เคยชอบคำตอบของพวกมืออาชีพเลยจริงๆ..."
คิ้วไมลส์ขมวดมุ่น หากเขาก็ไม่ได้
                รุกไล่ คาดคั้นประโยคที่เปิดช่องโหว่ให้เขา     
                เขากลับถาม
 
                 " พูดถึงความเป็นไปได้ ฉันจะมั่นใจได้ยังไงว่านายไม่ได้ฆ่าเซอร์กานไปแล้ว" 
 
แล้วซิลเวียนก็หันหน้ากลับมา
เท้าคางมองเขา
                ตาพราวระยับ สีหน้าขี้เล่นเหมือนเดิม                
                " ผมเคยโกหกคุณสักครั้งหรือครับ"
                " ที่พูดออกมานั่นน่ะคำโกหกคำโตเลยล่ะ"
 
ผู้ก่อการร้ายหลุดหัวเราะ
                " เอาเป็นว่าผมไม่ได้ฆ่าเขาก็แล้วกัน ไม่เชื่อใจผมหรือ"
                " ไม่ และไม่มีวัน"
                " เชื่อใจในศัตรูที่รักบ้างก็ไม่เสียหายนะครับ มิสเตอร์เอ็ม"
                " นายกำลังขอให้ฉันเชื่อใจคนที่ฆ่าลูกน้องฉันไปมากกว่าสิบคนในช่วงหลายปีมานี้"
ตาสองคู่สบประสาน
                ไม่มีใครขยับ
ซิลเวียนถอนหายใจ หากยังยิ้ม
ส่วนเอ็มกัดฟันขบกราม
                กรอด
 
                " สงครามย่อมมีการสูญเสีย ผมนึกว่าคุณรู้ดีเรื่องนี้เสียอีก" 
                " รู้ดี ไม่ได้หมายความว่ายอมรับได้"
มีเสียงหัวเราะ
                " ผมก็ไม่เคยเห็นคุณยอมรับอะไรได้เสียที"
                " ....นายเป็นคนทำให้อเจนท์ 007 ต้องพิการตลอดชีวิต"
                " ชาร์ลส์น่าจะรู้ดีกว่านี้ก่อนจะฉายเดี่ยวลุยคนเดียว"
                " นั่นมันชาร์ลส์นะ ซิลเวียน"
                " เขาควรรู้ดี..."
 
อีกฝ่ายเน้นเสียง
ไม่มีใครหัวเราะ
                " บอกฉันทีว่ามันเป็นอุบัติเหตุที่นายไม่ได้ตั้งใจให้เกิด"
                น้ำเสียงเขาวิงวอน และเขาวิงวอนจริง
เว้นช่วงด้วยความเงียบ
ความเงียบที่ทำให้เขาชื้นใจ ...ก่อนจะ
 
                " เขาจำต้องรับผลของการกระทำที่ตัวเองก่อไว้ นั่นคือสิ่งที่ผมต้องการ"
                " แล้วนายต้องการอะไร ชีวิตเขาหรือ?"
                " เพียงความยุติธรรม และเลือด ไม่มากไม่น้อยไปกว่านั้น"
คราวนี้เขาเป็นฝ่ายเป็นใบ้
งัน
 
                " นายเลือดเย็นเกินกว่าที่ฉันจินตนาการไว้เสียอีก อัล"
                หากคราวนี้ความโกรธมิไม่ของเขา 
ผู้ถูกเรียกนามกำมือแน่นเข้า โกรธา
ไมลส์นิ่งเกร็งเมื่ออีกฝ่ายแค่นเสียงแหบพร่าพ่นออกมาด้วยโทนที่
                " ...เขา ฆ่า เอซของผม ไมลส์..."
                อันตราย...
                ไมลส์  ลืมหายใจ
บุรุษข้ามโต๊ะ
เบิกโพลงแววตา
                ดุร้าย
กร้าว เกรี้ยวและกราด หวังเข่นฆ่า
                   ฆ่า
                ...ฆ่าคน ฆ่าใคร
เขาไม่รู้
 
พลัน  มันก็หายไป 
เร็ว
ราวพลิกด้านไพ่
                มีเพียงรอยยิ้ม ยิ้มที่ไม่เห็นลูกตา
 
                " ถ้าจะเริ่มพูดเรื่องความสูญเสียแล้วล่ะก็ ผมจะทำรายการมาให้คุณดู แต่เราไม่หยิบเรื่องนี้ยกขึ้นมาพูดน่าจะดีกว่าครับ มิสเตอร์เอ็ม ไม่ว่าฝ่ายไหนก็สูญเสียด้วยกันทั้งนั้น เกิดมาแล้วก็ตายไม่ด้วยความแก่ก็กระสุนปืน มันเป็นสัจธรรมของสายลับอย่างเรา"
                " สัจธรรมอุบาทว์"
                " เหมาะกับสายลับอย่างพวกคุณดี"
 
ไมลส์ไหล่ตกอย่างหนักอึ้ง เขาเบื่อการแหวกแผลกันและกันแล้วจริงๆ เขาต้องการคำตอบ
และเขายังไม่ได้มัน
                " ตกลงนายมาที่นี่ทำไม เซอร์ฮวา" 
                " ใจจริงแค่อยากมาทักทาย ใจจริงก็แค่อยากมาบอกลา"
เขาซ่อนความตกใจไว้ใต้สีหน้า
                " นายจะไปไหนหรือ...?"
 
รอยยิ้มคือคำตอบอีกครั้ง
แค่รอยยิ้ม
แค่รอยยิ้ม และเพียงรอยยิ้ม ก็กวนใจเขาได้
 
                " นายหนีไปไหนไม่พ้นหรอก มอบตัวซะเถอะ..."
                " ทำไมถึงคิดว่าผมจะหนีไม่พ้นล่ะครับ มิสเตอร์เอ็ม"
                " ทั้ง CIA FBI KGB ร่วมออกหมายจับนายทั่วทุกทวีปแล้ว ไ